เลนส์ชะลอสายตาสั้น

เด็กสายตาสั้นเพิ่มขึ้นทุกปี ทำไมเลนส์ชะลอสายตาสั้นถึงสำคัญ

ภาวะสายตาสั้นกำลังกลายเป็นปัญหาสุขภาพระดับโลกที่กำลังเพิ่มขึ้น โดยผลวิจัยพบว่าเด็กๆนับล้านคนมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นคนสายตาสั้นภายในปี 2050 โดยปัจจุบันมีเด็กราว 1 ใน 3 ของอัตราการเกิด หรือ อาจเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 40% ของประชากรทั่วโลก

 

สายตาสั้นคืออะไร

สายตาสั้น (Myopia) เกิดจากความยาวลูกตาที่ยาวเกินไป หรือกำลังหักเหของเลนส์หรือความโค้งของกระจกตาที่มากเกินไป ทำให้ภาพของวัตถุโฟกัส ตกหน้าจอประสาทตา แทนที่จะตกบนจอประสาทตาพอดี ทำให้เกิดอาการมองวัตถุไกลไม่ชัดนั่นเอง

 

สาเหตุที่ทำให้เกิดสายตาสั้นในเด็ก

1. พันธุกรรม (Genetics) เด็กที่พ่อแม่สายตาสั้นมีโอกาสพัฒนาเป็นสายตาสั้นมากกว่า

2. พฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม (Behavior and Environment)

  • การใช้สายตาระยะใกล้มากเกินไปหรือการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลเป็นระยะเวลานาน
  • เวลาทำกิจกรรมกลางแจ้งน้อยลง

3. กายวิภาคของตา (Anatomy of the eye) ผู้มีสายตาสั้นจะมีโครงสร้างกระบอกตายาวกว่าคนทั่วไปหรือมีความโค้งของกระจกตา/เลนส์ที่มีความโค้งมากกว่าคนทั่วไป

 

วิธีการรักษาและชะลอการเพิ่มของสายตาสั้น

1. เลนส์ชะลอการเพิ่มของสายตาสั้น (Optical Myopia Control Lenses)

2. ยาหยอดตา Atropine

3. ปรับพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม (Lifestyle & Prevention)

 

เลนส์ชะลอสายตาสั้น มีแบรนด์ไหนน่าสนใจบ้าง

1. Mycon จากบริษัทเลนส์ Rodenstock  แบรนด์โรเดนสต๊อกจากประเทศเยอรมัน ใช้เทคโนโลยี HAPD (Horizontal Asymmetrical Peripheral Defocus) ซึ่งเลนส์จะมี 2 Zone

       1. Focus Area / Clear zone แก้ไขค่าสายตาสั้นในเด็ก เป็นโซนมองเห็นได้อย่างชัดเจน

       2. Treatment Zone บริเวณควบคุมการพัฒนาสายตาสั้น ที่ออกแบบแบบอสมมาตรในบริเวณด้านข้าง(แนวนอน)ของเลนส์ (horizontal periphery) โดยใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า HAPD (Horizontal Asymmetrical Peripheral Defocus) โดยการควบคุมดึงปริมาตรของแสงให้มาตกบริเวณจอประสาทตา (retina)

 

2. Miyosmart จากบริษัทเลนส์ Hoya  แบรนด์โฮย่าจากประเทศญี่ปุ่น ใช้เทคโนโลยี D.I.M.S. (Defocus Incorporated Multiple Segments) ซึ่งเลนส์จะมี 2 Zone

      1. Focus Area / Clear zone แก้ไขค่าสายตาสั้นในเด็ก เป็นโซนมองเห็นได้อย่างชัดเจน

      2. Treatment Zone บริเวณควบคุมการพัฒนาสายตาสั้น ที่ออกแบบโครงสร้างคล้ายรังผึ้ง ซึ่งประกอบด้วยควบคุมเล็กๆมากถึง 396 จุด แต่ละจุดมีการเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ +3.50 ไดออปเตอร์ โดยใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า D.I.M.S. (Defocus Incorporated Multiple Segments) กระจายตัวอยู่ซึ่งจะเป็นโซนควบคุมดึงปริมาตรของแสงให้มาตกบริเวณจอประสาทตา (retina)

 

3. Stellest จากบริษัทเลนส์ Essilor  แบรนด์เอสสิลอร์จากประเทศฝรั่งเศส ใช้เทคโนโลยี H.A.L.T. (Highly Aspherical Lenslet Target) ซึ่งเลนส์จะมี 2 Zone

      1. Focus Area / Clear zone แก้ไขค่าสายตาสั้นในเด็ก เป็นโซนมองเห็นได้อย่างชัดเจน

      2. Treatment Zone บริเวณควบคุมการพัฒนาสายตาสั้น ที่ออกด้วยเทคโนโลยีH.A.L.T. (Highly Aspherical Lenslet Target)1 ที่มากถึง 1,021 ปุ่มที่เรียงตัวกันเป็นวงแหวนมากถึง 11 วงแหวน โดยใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า H.A.L.T. ผ่านการควบคุมดึงปริมาตรของแสงให้มาตกบริเวณจอประสาทตา (retina)

เปรียบเทียบเทคโนโลยีของแต่ละแบรนด์

อย่างไรก็ตาม การตรวจวัดสายตาในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี มีความจำเป็นต้องใช้ยาหยอดตาขยายม่านตา เพื่อช่วยลดการเพ่งของดวงตา จึงจะสามารถวัดค่าสายตาที่แท้จริงได้อย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนการตัดแว่นเลนส์ชะลอสายตาสั้นในเด็ก

ทางร้าน OPTICANA มีทั้งจักษุแพทย์และนักทัศนมาตร พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการตรวจวัดค่าสายตา และการเลือกใช้เลนส์ชะลอสายตาสั้นที่เหมาะสมสำหรับเด็ก เพื่อการดูแลสายตาอย่างถูกต้องและปลอดภัยครับ

เลนส์คลายกำลังการเพ่งนวัตกรรมใหม่ในยุคดิจิตอล

เลนส์คลายกำลังการเพ่งนวัตกรรมใหม่ที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันในยุคดิจิตอล

 

เลนส์คลายกำลังการเพ่ง หรือ เลนส์ลดเพ่ง (Anti-fatigue lens) คือ เลนส์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อตา โดยมีค่าสายตาบวกเล็กน้อยบริเวณด้านล่างของเลนส์ เพื่อลดภาระการเพ่งของดวงตาเมื่อต้องมองระยะใกล้เป็นเวลานาน เช่น การใช้คอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือ เหมาะสำหรับผู้ที่รู้สึกตาล้า ปวดตา หรือปวดศีรษะจากการจ้องมองใกล้ และผู้ที่เริ่มมีสายตายาวตามวัยระยะแรก

เลนส์คลายกำลังการเพ่งเหมาะกับใคร ?

  1. อาการปวดศีรษะหรือสายตาเมื่อยล้าเมื่อต้องเพ่งมองระยะใกล้เป็นเวลานาน
  2. ผู้ที่มีอาการ Computer Vision Syndrome  หรือเพ่งมองเป็นเวลานาน 6-8 ชั่วโมง
  3. ผู้ที่เริ่มต้นมีสายตายาวตามวัย
  4. เหมาะกับทุกวัยที่มีอายุระหว่าง 30-45 ปี และการมองเห็นพร่ามัวที่ระยะการอ่าน
  5. ผู้ที่มีอาชีพที่ต้องใช้สายตาระยะใกล้เป็นเวลานาน เช่น สตรีมเมอร์ โปรแกรมเมอร์

เทคโนโลยีที่โดดเด่น

ใช้เทคโนโลยี Plus Technology ที่ช่วยลดกำลังการเพ่ง (Accommodation) ขณะดูใกล้เป็นเวลานานๆ เช่น การอ่านข้อความผ่านข้อความมือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ผู้สวมใส่แว่นรู้สึกผ่อนคลาย และสบายตามากยิ่งขึ้น ลดอาการปวดเมื่อย หรือเครียดเมื่อต้องใช้สายตามองใกล้เป็นเวลานานๆ ซึ่งนวัตกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ผสานความแม่นยำและความประณีต เพื่อยกระดับประสบการณ์การมองเห็นให้สมบูรณ์แบบยิ่งกว่าเดิม

เลนส์ลดเพ่งมีแบรนด์ไหนน่าสนใจบ้าง

    1. Hoya : VisuPro แบรนด์โฮย่าที่ถูกผลิดจากญี่ปุ่น ถูกออกแบบมาเพื่อการมองเห็นที่นุ่มนวลและสบายตาตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะสำหรับงานในระยะใกล้ จะช่วยลดอาการตาล้าและภาพเบลอแม้จะใช้งานเป็นเวลานาน 
    2. Rodenstock : Mono Plus แบรนด์โรเดนสต๊อกจากประเทศเยอรมันที่ถูกดีไซน์จากแบบจำลองดวงตาไบโอเมตริกมากกว่า 500,000 ข้อมูลด้วยเทคโนโลยี AI ที่มีเฉพาะ Rodenstockเท่านั้น ที่ทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกผ่อนคลาย และสบายตามากยิ่งขึ้น หรือเครียดน้อยลงเมื่อต้องใช้สายตามองใกล้นานๆ
    3. Leica : Monovid Digital จากเมืองเวทซลาร์ประเทศเยอรมัน ที่ถูกพัฒนาจากเลนส์กล้อง 100 ปีสู่เลนส์สายตาคลายกำลังการเพ่ง การมองเห็นระดับพรีเมียม ให้การมองเห็นที่คมชัดทุกมิติการมองเห็นและสมบูรณ์อย่างเป็นธรรมชาติ  เหมาะกับการใช้งานที่ต้องการสลับไปมาระหว่างหน้าจอ เอกสาร และโทรศัพท์ในชีวิตประจำวันในยุคดิจิทัล และลูกค้าที่ต้องการเพลิดเพลินไปกับการมองระยะใกล้ที่ผ่อนคลายเป็นเวลานาน

ประโยชน์ของเลนส์ลดการเพ่ง (เลนส์คลายกำลังการเพ่ง)

  1. ลดล้าตาเมื่อต้องมองใกล้นานๆ
  2. ลดปวดตา ปวดหัว และตาพร่า
  3. ทำให้โฟกัสไกล–ใกล้ได้ง่ายขึ้น
  4. เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนและการทำงาน
  5. ช่วยปรับสมดุลการเพ่ง เหมาะกับคนที่เพ่งเกินหรือเพ่งไม่พอ

อย่างไรก็ตาม การเลือกเลนส์คลายกำลังการเพ่ง จำเป็นต้องอาศัยการตรวจวัดสายตาอย่างละเอียด โดยพิจารณาทั้งค่าสายตาและการทำงานของกล้ามเนื้อตาร่วมกัน หากคุณยังไม่มั่นใจว่าเลนส์แบบไหนมีความเหมาะสม ทางร้าน OPTICANA มีนักทัศนมาตรและพนักงานผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ พร้อมให้คำแนะนำอย่างครบถ้วน เพื่อช่วยคุณเลือกเลนส์คลายการเพ่งที่ตอบโจทย์สายตาของคุณได้อย่างดีที่สุดครับ

 

Leica Eyecare จากเลนส์กล้องสู่เลนส์แว่นตา

Leica Eyecare เลนส์เพื่อแก้ไขปัญหาสายตากับการพัฒนา เพื่อผลลัพธ์การมองเห็นที่ใกล้เคียงกับกล้องถ่ายภาพมากที่สุด

Leica Eyecare ทฤษฎีการการมองผ่านเลนส์กล้อง Leica ซึ่งถูกใช้งานมาตลอดระยะเวลามากกว่า 100 ปีสู่เลนส์สายตา Leica ที่เปิดประสบการณ์การมองเห็นระดับพรีเมียมกับเลนส์สายตา Leica Eyecare จากเมืองเวทซลาร์ประเทศเยอรมันที่ออกแบบมาเพื่อถ่ายทอดความงดงามของโลกในทุกรายละเอียด ให้คุณเห็นอย่างคมชัดทุกมิติการมองเห็นและสมบูรณ์แบบที่สุด (Unblur the world)

เทคโนโลยีสุดล้ำของเลนส์ LEICA

  1. Distortion Minimization (DM) เทคโนโลยีลดความบิดเบือนเอกสิทธิ์เฉพาะของLeica ลดความบิดเบือนของภาพได้ถึง 40 % ด้วยเลนส์ที่มีความบางเบาและสวยงามเพื่อการมองเห็นที่มีความคมชัดยิ่งกว่า
  2.  Easy Design Picker (EDP) การออกแบบเฉพาะอันเป็นเอกลักษณ์ของLeica เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งาน Leica Eyecare เลือกโครงสร้างที่สมดุลที่สุด มาให้สำหรับผู้ใช้งานเรียบร้อยแล้ว ทั้งระยะไกล ระยะกลาง และระยะใกล้ โดยไม่จำกัดเฉพาะ อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่ดีที่สุด ใส่ง่ายที่สุด และสบายตาที่สุด
  3. Advanced Eye Model (AEM) เทคโนโลยีการออกแบบจากการจำลองดวงตาเอกสิทธิ์ของ Leica เพื่อตอบสนองการใช้งาน ออกแบบเลนส์ให้เหมาะสมกับทุกค่าสายตา โดยใช้ข้อมูลของขนาดและรูปทรงของดวงตา ซึ่งเป็นข้อมูลเฉพาะในแต่ละค่าสายตา ที่ผสานเข้ากับการวัดสัดส่วนใบหน้า “เพื่อออกแบบการหักเหแสงแบบเฉพาะบุคคลที่เหมาะสมแต่ละค่าสายตา” การวัดขนาดดวงตาที่แม่นยำนี้ ทำให้เลนส์ขยายพื้นที่การมองเห็นมากขึ้น 92.6%

 

Leica Eyecare Lenes เลนส์สายตาสำหรับทุกพฤติกรรมการมองเห็น มีเลนสที่พร้อมและเหมาะสมให้กับทุกคนตามไลฟ์สไตล์การใช้งาน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ในการมองเห็นท่ีสวยงามและเป็นธรรมชาติที่สุด ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 5 ประเภท ได้แก่

  1. เลนส์ชั้นเดียว (Monovid) เพื่อแก้ไขปัญหาสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง เพื่อให้ลูกค้าสามารถมองเห็นโลกได้อย่างสวยงามอีกครั้ง เหมาะกับลูกค้าที่มีปัญหาสายตา ที่ต้องการเลนส์ประสิทธิภาพที่สูง
  2. เลนส์คลายกำลังการเพ่ง (Monovid Digital) เพื่อแก้ไขปัญหาสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง และเริ่มมีปัญหาสายตายาวตามวัย เหมาะกับการใช้งานที่ต้องการสลับไปมาระหว่างหน้าจอ เอกสาร และโทรศัพท์ในชีวิตประจำวันในยุคดิจิทัล และลูกค้าที่ต้องการเพลิดเพลินไปกับการมองระยะใกล้ที่ผ่อนคลายเป็นเวลานาน
  3. เลนส์โปรเกรสซีฟ (Variovid) เป็นกลุ่มเลนส์โปรเกรสซีฟ เพื่อแก้ไขปัญหาสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง ร่วมกับปัญหาสายตายาวตามวัย โดยปรับให้เข้ากับพฤติกรรมกับการมองเห็นของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งลูกค้าสามารถมองได้ทั้งระยะไกล ระยะกลาง และระยะใกล้ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในทุกกิจกรรม
  4. เลนส์เฉพาะทาง/เลนส์ออฟฟิศ (Digivid) เพื่อแก้ไขปัญหาสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง ร่วมกับปัญหาสายตายาวตามวัย ที่ยังต้องการในการทำงานในออฟฟิศ ซึ่งลูกค้าจะได้การมองเห็นในระยะกลางและระยะใกล้ที่มีมุมมองที่กว้าง และสบายตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้อุปกรณ์ดิจิทัล 
  5. เลนส์สำหรับทำกิจกรรมพิเศษ (Lifestyle) เพื่อแก้ไขปัญหาสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง ร่วมกับปัญหาสายตายาวตามวัย และถูกออกแบบมาเพื่อสำหรับใส่ทำกิจกรรมต่างๆ อาทิ การขับรถ (Variovid Drive) การเล่นกีฬา (Variovid Sport) และการถ่ายรูป (Variovid Photo)

ด้วยประสบการณ์อันยาวนานในการให้คำปรึกษา หากคุณยังไม่แน่ใจว่าเลนส์แบบใดเหมาะกับตัวเอง ทางร้าน OPTICANA ของเรามีนักทัศนมาตรและพนักงานผู้เชี่ยวชาญ พร้อมให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยคุณเลือกเลนส์ที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างเหมาะสมที่สุด

เลือกกรอบแว่นแบบไหนดี

กรอบแว่นในปัจจุบันมีให้เลือกมากมายหลายแบบ ทั้งกรอบเจาะ กรอบเต็ม อีกทั้งวัสดุก็มีหลายชนิด วันนี้เราจะมาอธิบายเรื่องกรอบแว่นให้ทุกคนได้รู้จักกัน รวมไปถึงการเลือกกรอบที่เหมาะสมสำหรับเลนส์ต่างๆ

การเลือกกรอบถือว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญอีกขั้นตอนนึงเลยก็ว่าได้ เพราะกรอบแว่นมีผลต่อการเลือกเลนส์ , ความหนาบางของเลนส์รวมไปถึงมีผลต่อการมองเห็นได้โดยเฉพาะการทำเลนส์โปรเกรสซีพ

  • แบ่งประเภทกรอบแว่นตามลักษณะของกรอบ              

1.กรอบเต็ม

กรอบเต็มคือกรอบที่ล้อมรอบทั้งตัวเลนส์ข้อดีคือเลนส์จะไม่ค่อยแตกหรือบิ่นเพราะมีกรอบคอยป้องกันเลนส์ไว้

ถ้าสายตาไม่เยอะมากสามารถใช้เป็นเลนส์ index ปกติได้ เช่น index 1.50 หรือ 1.56 แต่ข้อเสียคือมีนำ้หนักมากกว่ากรอบชนิดอื่นๆ 

2.กรอบเซาะร่อง

กรอบเซาะร่องเป็นกรอบที่ต้องเซาะเลนส์ให้เป็นร่องตรงกลางเพื่อให้เข้ากรอบได้มีทั้งแบบครึ่งกรอบด้านล่างเป็นเอ็น (Nylon) หรือกรอบเซาะร่องแบบโลหะ กรอบชนิดนี้เลนส์ที่ใช้จะต้องเป็นเลนส์เหนียว index 1.60

ข้อดีคือกรอบชนิดนี้จะมีน้ำหนักเบา รวมถึงเลนส์ที่ใช้จะต้องเป็นเลนส์ย่อบาง ดังนั้นโดยรวมแล้วกรอบแบบนี้จะเบากว่ากรอบเต็ม แต่ข้อเสียคือเลนส์มีโอกาสแตกหรือบิ่นได้ เพราะไม่มีกรอบคอยหุ้มอยู่

3.กรอบเจาะ

กรอบเจาะหรือแว่นไร้กรอบ (Rimless) ข้อดีคือสามารถดีไซน์รูปทรงเลนส์ตามที่ต้องการได้ กรอบชนิดนี้จะมีน้ำหนักเบาที่สุดแต่เลนส์ที่ใช้ต้องเป็นเลนส์เหนียวเท่านั้นเพราะมีการเจาะลงไปในเลนส์

ข้อเสียคือ เมื่อไม่มีกรอบหุ้มทำให้เลนส์สามารถแตกหรือบิ่นได้โดยง่าย และส่วนตรงรูเจาะหากใช้งานไปนานๆขาหรือสะพานจมูกอาจหลุดออกมาได้

 

ต่อมาก็เป็นเรื่องของการเลือกกรอบยังไงให้เข้ากับเลนส์ที่ใช้จะลองแยกประเภทคร่าวๆ

  • เลนส์ชั้นเดียว

ในคนสายตาสั้น : แนะนำให้เลือกกรอบทรงกลมและกรอบที่มีขนาดเล็กเพราะเลนส์สายตาลบจะมีขอบที่หนาการเลือกกรอบที่เล็กและเป็นทรงกลมจะไม่กินเนื้อที่ตรงขอบเลนส์มากนักจึงทำให้เลนส์ดูบางลง

ในคนสายตายาวหรือแว่นอ่านหนังสือ : ส่วนมากจะเป็นเลนส์บวกซึ่งเลนส์บวกจะมีขอบที่บางส่วนตรงกลางเลนส์หนากแนะนำให้เป็นกรอบขนาดเล็กเพราะถ้าเลือกกรอบใหญ่จะกินเนื้อที่ตรงกลางเลนส์ทั้งหมดทำให้รู้สึกหนักได้

  • เลนส์โปรเกรสซีพ

โดยพื้นฐานแล้วถ้าจะทำเลนส์โปรเกรสซีพขนาดความสูงของกรอบควรมีอย่างน้อย 30 mm ถ้าน้อยกว่านี้อาจทำให้พื้นที่ที่มองชัดเสียไป กรอบของเลนส์โปรเกรสซีพไม่ควรโค้งมากเกินไปหรือเอียงจากหน้ามากเกินไปเพราะจะ มีผลกับการมองเห็นได้ หรือถ้าจำเป็นต้องใช้กรอบที่โค้งมากจริงๆ เลนส์ที่ใช้ก็จะมีราคาสูงกว่าปกติเพราะต้องออกแบบโครงสร้างให้เข้ากับกรอบ 

นอกจากนี้ยังมีความเข้าใจผิดในเรื่องของการเลือกกรอบให้ใหญ่เพื่อจะได้มีพื้นที่การมองกว้างๆ ซึ่งจริงๆแล้วเลนส์โปรเกรสซีพจะมีพื้นที่การมองจำกัดถึงแม้จะเลือกกรอบให้ใหญ่ขึ้นก็นั้นไม่ได้ทำให้พื้นที่การมองกว้างขึ้นเเต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นจะเป็นภาพ Distortion ด้านข้างทำให้รู้สึกไม่สบายตาได้ ดังนั้นการจะเลือกกรอบเพื่อที่จะทำเลนส์

โปรเกรสซีพควรเลือกขนาดที่พอเหมาะไม่เล็กหรือใหญ่เกินไปรวมทั้งหน้าแว่นไม่โค้งเกินไปก็จะช่วยให้ใช้เลนส์โปรเกรสซีพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตามการเลือกกรอบนั้นยังมีปัจจัยอื่นๆอีกมากมายทั้งค่าสายตา , การเลือก index ของเลนส์ และชนิดของเลนส์ที่ใช้ ไปจนถึงด้านความสวยงามซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลซึ่งทางร้าน OPTICANA มีผู้เชี่ยวชาญและพนักงานที่มีประสบการณ์ สามารถให้คำแนะนำในการเลือกแว่นที่ เหมาะสมกับลูกค้าได้ค่ะ

วุ้นตาเสื่อม คืออะไร?

#วุ้นตาเสื่อม คืออะไร 

วุ้นตา (vitreous)  เป็นส่วนประกอบของดวงตา มีลักษณะเป็นเจลใสๆเหนียวๆ อยู่ด้านหลังเลนส์ตาและอยู่ชิดกับจอประสาทตา

ประกอบไปด้วยน้ำ 99% 💧 ที่เหลือเป็นสารพวก protein , hyaluronan

วุ้นตาปกติจะมีลักษณะใส ภาวะวุ้นตาเสื่อมเกิดจากวุ้นตาเสื่อม จึงมีความเหนียวน้อยลงและหดตัว

ทำให้เห็นเป็นจุดดำๆ ที่เรียกว่า Floaters ลอยไปลอยมา จะมองเห็นชัดเจนเวลามองไปในที่สว่างๆ 🌤

พบมากในคนที่มีสายตาสั้นเยอะ 🤓 , คนอายุมาก 👴🏻👵🏻 หรืออาจพบหลังจากได้รับอุบัติเหตุ 

 

  • Floaters ที่เห็นเกิดได้จากหลายสาเหต

 1.เกิดจากวุ้นตาที่เสื่อมสภาพ จึงหดตัวเห็นเป็นจุดเล็กๆ ลอยไปมา

 2.วุ้นตาหดตัวดึงให้จอประสาทตาฉีกขาด จึงมีเซลล์ที่ชั้นจอประสาทตาหลุดออกมาอยู่ในวุ้นตา

 3.เลือดออกที่วุ้นตา จากเส้นเลือดที่จอประสาทตาขาด

 

Floaters ที่พบส่วนมากไม่ก่อให้เกิดอันตราย แต่มักจะสร้างความรำคาญให้กับผู้ที่เป็น ปัจจุบันอาการเห็น Floaters นั้นยังไม่มีวิธีการรักษาให้หาย แต่สมองจะค่อยๆปรับตัวให้ไม่รับรู้ floaters ไปเอง

  • แต่ถ้าพบร่วมกับอาการเห็นฟ้าแลบ ⚡️ (flashing) หรือมีอาการตามัวลงอย่างฉับพลัน ⚠️ ควรรีบไปพบจักษุแพทย์ 👩🏻‍⚕️ เพื่อตรวจหาสาเหตุและหาทางรักษาต่อไป

สายตายาว คืออะไร ?

เมื่อพูดถึงสายตายาว หลายๆคนมักคิดว่าสายตายาวจะเกิดขึ้นกับคนแก่เท่านั้น แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ค่ะ

สายตายาวสามารถพบได้ในทุกช่วงวัยตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยชราแต่จะแตกต่างกันตามชนิดของสายตายาวเท่านั้น

สายตายาวที่พบในวัยเด็กมักเกิดจากความยาวของลูกตาที่สั้นเกินไปหรือกระจกตาที่โค้งน้อยเกินไปจึงทำให้แสงตกเลยจอประสาทตาเป็นเหตุให้เกิดสายตายาว

  • สายตายาวในเด็กหากมีปริมาณที่เยอะจะทำให้เกิดภาวะตาเหล่เข้าจากการเพ่ง (Accommodative esotropia) ซึ่งถ้าหากไม่ได้รับการรักษาอาจส่งผลให้เป็นตาขี้เกียจหรือตาเขถาวรได้ ดังนั้นจึงควรให้เด็กตรวจวัดสายตาทุกปี

 

ส่วนสายตายาวในผู้ใหญ่ หรือที่เรียกว่าสายตายาวตามวัยจะเริ่มมีตั้งแต่ตอนอายุประมาณ 40 ปี

เกิดจากความเสื่อมของโปรตีนในเลนส์ ทำให้เลนส์ตาแข็งตัวขึ้นความยืดหยุ่นน้อยลงและกล้ามเนื้อตาที่อ่อนแอลงกำลังการเพ่งก็ลดลงด้วย

สายตายาวตามวัยจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่อายุ 40-60 ปี หลังอายุ 60 ปีจะเริ่มคงที่

 

  • อาการที่บ่งบอกว่าเริ่มมีสายตายาว

        1.มองใกล้ไม่ชัดเจนเท่าเมื่อก่อน

        2.เห็นชัดขึ้นเมื่อถอยวัตถุให้ห่างออกจากตัว

        3.สำหรับคนสายตาสั้น เมื่อถอดแว่นสายตาสั้นออกแล้วมองใกล้ชัดขึ้น

        4.รู้สึกไม่สบายตา ล้าตา ปวดหัวขณะใช้สายตามองใกล้

 

 

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสายตายาวคือคนที่เคยสายตาสั้นแต่พอมีสายตายาวแล้วสายตาสั้นจะหายไปความจริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้นซักทีเดียวสายตาสั้นสามารถลดลงได้เล็กน้อยเมื่อเริ่มมีสายตายาวแต่ไม่ได้ลดลงจนสายตาปกติ

 

  • การแก้ปัญหาสายตายาว ที่เป็นที่นิยมคือ

       1.ใส่ Contact lenses แบบ Multifocal

       2.ใช้เลนส์สายตา

              2.1 เลนส์ชั้นเดียว

              2.2 เลนส์สองชั้น (Bi-Focal lens)

             2.3 เลนส์โปรเกรสซีฟ ( Progressive lenses )

สีเลนส์แว่นกันแดดแตกต่างกันอย่างไร ?

 

แว่นกันแดดในท้องตลาดทุกวันนี้มีหลายสีให้เลือกมากมาย  ส่วนใหญ่เรามักจะเลือกแว่นกันแดดโดยดูที่ความสวยงามเป็นหลัก

แต่จริงๆแล้วสีของเลนส์กันแดดนั้นก็มีส่วนช่วยในการมองเห็นด้วยเช่นเดียวกัน

นอกจากความสวยงามแล้วเราควรเลือกแว่นกันแดดให้เหมาะสมกับกิจกรรมต่างๆเพราะการเลือกใช้สีที่เหมาะสมนั้นจะทำให้ภาพที่เห็นชัดเจนขึ้นและสบายตาจึงทำให้เราใช้ประโยชน์จากแว่นกันแดดได้สูงสุด

เรามาดูกันเลยดีกว่าค่ะว่าสีเลนส์แว่นกันแดดแต่ละสีมีความแตกต่างกันอย่างไรและเหมาะสมกับกิจกรรมไหนบ้าง

  1. Grey  กรองแสงได้มากที่สุดโดยไม่ทำให้สีผิดเพี้ยน  เหมาะสำหรับใส่ขับรถและกีฬากลางแจ้งเป็นสีที่ใส่แล้วสบายตามากที่สุดแต่ไม่เหมาะกับใส่ในอาคารเพราะภาพจะค่อนข้างมืด
  2. Yellow & Orange เพิ่มความคมชัดในที่ที่มีแสงน้อยทำให้มองเห็นในเวลากลางคืนชัดเจนขึ้นเหมาะกับการขับรถกลางคืนหรือใส่ในอาคาร
  3. Amber & Brown เพิ่มความคมชัดของภาพโดยเฉพาะบริเวณที่เป็นพื้นหญ้าจะดูชัดเจนขึ้น
  4. Green เป็นสีที่เพิ่ม Contrast  โดยที่ไม่ทำให้สีเพี้ยนเหมาะกับกีฬาตีกอล์ฟและใช้งานปกติทั่วไป
  5. Pink & Red เพิ่ม contrast มองเห็นท้องถนนได้ชัดเจนยิ่งขึ้นเหมาะกับการใส่ปั่นจักรยานและกีฬาทางน้ำ
  6. Blue สวยงาม intrend ลดแสงสะท้อนได้ดี เพิ่มความสามารถในการรับรู้สีให้ดีขึ้น

อีกหนึ่งอย่างที่สำคัญและเป็นสิ่งแรกที่ควรพิจารณาในการเลือกแว่นกันแดดก็คือ ต้องสามารถกันรังสียูวี (Ultraviolet) ได้ 100%  ควรซื้อแว่นกันแดดที่ได้มาตรฐานมีแบรนด์เป็นที่รู้จัก หรือซื้อจากร้านแว่นที่มีความน่าเชื่อถือและเชี่ยวชาญเฉพาะทางก็จะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เรามั่นใจได้ว่าแว่นกันแดดที่ซื้อได้มาตรฐานและสามารถปกป้องดวงตาของเราได้จริงๆค่ะ